[Avengers fanfic] Pick You Up 3

posted on 01 Oct 2012 18:09 by tango in FanFics

ตอนที่ 3 มาต่อแล้วจ้า หากมีอะไรผิดพลาด จขบ.ก็ขออภัยด้วยนะ ^^ll

 

++++

 

Title : Pick You Up 3
Fandom : Avengers
Pairing : Steve / Tony

Rate : PG (from now)

 

++++

 

[ตื่นได้แล้วครับ เจ้านาย เช้าวันนี้อากาศดี อุณหภูมิอยู่ที่...]

เสียงปลุกของพ่อบ้าน AI พร้อมกับม่านหน้าต่างที่ค่อยๆแง้มออกให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องและตรงกลางใบหน้าของร่างที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างพอดีเป๊ะ ช่างเป็นอะไรที่โหดร้ายสำหรับคนขี้เซาเป็นอย่างมาก

“อือ...อ... 5 นา...ที....” เสียงงึมงำๆฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ พลิกกาย ซบใบหน้าลงกับหมอนนุ่มเพื่อหนีแสงแดดอันเจิดจ้าที่แยงตา

[เตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้แล้วบนโต๊ะ หากไม่รีบทาน มันจะเย็นชืดนะครับท่าน]

คนบนเตียงบ่นเสียงอู้อี้ผ่านหมอนที่ซบหน้าอยู่ ก่อนจะค่อยๆยันกายลุกขึ้น บิดขี้เกียจและหาว “นายนี่โหดร้ายกับฉันตลอดเลยนะ จาร์วิส”

[ผมปลุกท่านเป็นกิจวัตร...ตามที่ท่าตั้งโปรแกรมไว้ครับ]

รีเซ็ทระบบใหม่ให้ปลุกสายๆหน่อยดีกว่ามั้ยเนี่ย? ผู้เป็นนายคิดขณะเดินออกจากห้องนอนทั้งๆที่ยังใส่แค่กางเกงชั้นในตัวเดียวไปยังห้องครัว มองดูขนมปังแซนด์วิชทูน่าชิ้นโตที่ถูกหั่นเป็นส่วนๆไว้อย่างสวยงามกับนมสดหนึ่งแก้วที่วางคู่กันอยู่ข้างๆ เขาหยิบชิ้นแซนด์วิชเล็กๆขึ้นมากัดไว้ที่ปาก หันไปชงกาแฟ ระหว่างรอให้เครื่องชงกาแฟทำหน้าที่ของมันนั้น เขาก็เคี้ยวแซนด์วิชในปาก เขาไม่ชอบดื่มนมสดในตอนเช้า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเจ้า AI ของเขามักจะสั่งซื้อมันมาพร้อมกับอาหารอื่นๆทุกทีเลย

ปากเคี้ยวอาหารเช้าหยับๆ ขาก้าวเดินไปยังห้องนั่งเล่น มือคว้ารีโมตทีวีและกดเปิด ช่องข่าวเช้าประจำวันถูกฉายขึ้นบนจอภาพ นักข่าวสาวสวยหน้าอกหน้าใจโตกำลังรายงานข่าวอยู่ ดวงตาของเธอจ้องมองมายังกล้อง....มายังเขาซึ่งเป็นผู้ชม

“เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นเมื่อคืนวานนี้” เสียงใสของเธอกล่าว ภาพด้านหลังของเธอเป็นภาพม้านั่งข้างถนนบนทางเท้าแห่งหนึ่ง มีตะกร้ารถเข็นคันหนึ่งล้มคว่ำอยู่ ข้าวของภายในนั้นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น กระดาษเอย ผ้าห่ม ถุงขนมเปล่าๆจากโรงแรมชื่อดัง และของจุกจิกอีกหลายอย่าง มีกองเลือดจำนวนมากเลอะอยู่ที่พื้น “ชายจรจัดไม่ทราบชื่อ ซึ่งเชื่อว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย แต่ว่าเขาได้ตอบโต้ จึงทำให้มีการต่อสู้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย ขณะนี้ได้ถูกส่งตัวไปรักษายังรพ.ที่ใกล้เคียง....”

ปากที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่นั้นหยุดชะงัก ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง จ้องมองหน้าจอทีวีอย่างลุ้นระทึกราวกับว่ามันกำลังรายงานข่าวเอเลี่ยนบุกโลก อย่าบอกนะว่า...

“วัยรุ่นสองคนได้ถูกจับกุมและควบคุมตัวที่กรมตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าไม่มีวี่แววของชายจรจัดคนดังกล่าว” ภาพตัดไปที่ผู้หญิงสูงวัยผมสีขาวโพลนทั้งหัวหุ่นอ้วนกลมคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเธออยู่แถวนั้นในตอนที่เกิดเหตุพอดี

“ค่ะ คือบ้านอิฉันอยู่เยื้องๆฝั่งตรงข้ามกับทางเดินนั่น ตอนนั้นกำลังจะเข้านอนค่ะ พอจะปิดผ้าม่าน ก็มองออกไปเห็นกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คนกำลังรุมทำร้ายคนจรจัด...” หญิงสูงวัยอธิบายเหตุการณ์ที่เธอเห็นเมื่อคืนนี้ “มันเป็นภาพที่น่ากลัวมากค่ะ เลือดออกเยอะมาก พวกเขารุมทำร้ายคนๆเดียว แต่ว่าคนจรจัดนั่นก็สู้ไม่ถอย...”

โทนี่สังเกตว่ามีบางอย่างหายไปจากกองข้าวของที่กระจัดกระจายบนพื้น.... สมุดสเก็ตชภาพ...ไม่มีสมุดสเก็ตช์ภาพตกอยู่บนพื้นเลยซักเล่ม ทั้งๆที่เขาจำได้ว่าเคยเห็นมันอยู่ในตะกร้ารถเข็น...หลายเล่มซะด้วย

“คุณเห็นหรือเปล่าคะว่าคนจรจัดคนนั้นหนีไปทางไหน?” ผู้สื่อข่าวถามหญิงชราผู้เห็นเหตุการณ์

“ตอนนั้นมันมืดแล้วน่ะค่ะ มองเห็นหน้าเขาไม่ค่อยชัด แต่เขาเป็นคนจรจัดตัวโต ผมบลอนด์...อิฉันเห็นเขาวิ่งไปทางนั้น แล้วก็หายไปในความมืด” หญิงชราชี้นิ้วไปยังทิศทางที่เธอเห็นว่าคนจรจัดวิ่งหนีไป

“จาร์วิส! ค้นหา คำนวนทิศทางและตำแหน่งที่คิดว่าคนจรจัดที่บาดเจ็บจะไป ด่วนเลยนะ!” โทนี่ตะโกนสั่ง AI ขณะวิ่งกลับไปยังห้องนอนเพื่อแต่งตัว

[Right Away, sir.]

 

        

ก้าวเดินแต่ละก้าวเริ่มจะลำบากมากขึ้น หัวหนักอึ้ง ร่างกายเหนื่อยล้า ปวดไปทั้งตัว ท้องส่งเสียงร้องเนื่องจากขาดอาหาร เรี่ยวแรงถดถอยเพราะเสียเลือด และในที่สุดร่างทั้งร่างก็ทรุดลงกับพื้นในตรอกแคบๆ มืด และเต็มไปด้วยขยะ สองมือกอดสมุดสเก็ตช์ภาพจำนวนหนึ่งที่เปื้อนเลือดไว้แน่น เมื่อมั่นใจว่าอยู่ในมุมอับของตรอกแล้ว เขาจึงเอนหลังพิงผนัง หลับตาลง หายใจช้าลง สติพร่ามัว ภาพตรงหน้ากำลังจะดับ....

นี่เรากำลังจะตายเหรอ? เขาคิด แค่นหัวเราะเบาๆ เหนื่อยจัง...

ดวงตาสีฟ้าสวยค่อยๆปิดลงพร้อมกับภาพตรงหน้าที่ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ.....

 

 

“ให้ตายสิ! ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าน่ะ?”

“ยังมีชีวิตอยู่ครับ แต่เขาเสียเลือดมาก”

“งั้นรีบพาขึ้นมาเร็ว!”

แฮปปี้ โฮแกน อุ้มร่างไร้สติของชายจรจัดผมบลอนด์ขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางลงบนเบาะหลังรถโดยไม่ลืมที่จะเอาสมุดสเก็ตช์ภาพโยนตามเข้าไปตรงที่วางเท้าด้วย ปิดประตู วิ่งอ้อมไปเปิดประตูและประจำที่คนขับ

“จะพาไปรพ.ไหนดีครับ?” เขาหันไปถามผู้เป็นนายซึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ

“ไม่ไปรพ. เราจะกลับบ้านกัน” ผู้เป็นนายตอบ

“แต่ว่าเขาเสียเลือดมากนะครับ!”

“ไม่เป็นไร เรียกดร.มา เดี๋ยวนี้!”

 

++++

 

สตีฟ โรเจอร์ลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเพดานสีขาว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยเข้าเตะจมูก เขากระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆโดยไม่สนใจกับอาการปวดตามร่างกาย เขาแค่อยากรู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน

เขาพบว่าตนเองอยู่บนเตียงสะอาดในสภาพเปลือยเปล่าในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่ดูคล้ายห้องในรพ. ทว่าไม่มีหน้าต่างซักบาน มีกล้องวงจรอยู่ที่มุมด้านบนมุมหนึ่งของห้อง แผลทั้งหมดได้รับการรักษาและตอนนี้มันถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล โต๊ะข้างเตียงนั้นว่างเปล่า ไม่มีกระทั่งเสื้อผ้าของเขาหรือสมุดสเก็ตช์ภาพ

เขายันตัวเองออกจากเตียงอย่างยากลำบากและฝืนเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงนั่งกับพื้นห้อง ร่างกายปวดไปหมดราวกับว่ามันเป็นแก้วที่กำลังปริแตก

ประตูห้องเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ ชายใส่แว่นผมหยักศกสีดำดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง รูปร่างล่ำสันส่วนสูงไม่มากนักในชุดเสื้อกาวน์สีขาวเดินเข้ามาในห้อง มือถือแฟ้มอะไรซักอย่าง สตีฟมั่นใจว่าคนๆนี้จะต้องเป็นหมออย่างแน่นอน “คุณไม่ควรลุกออกมาเดินแบบนี้นะครับ เดี๋ยวแผลก็เปิดหรอก”

“ผมขอโทษ...คุณหมอ” ผู้ป่วยเอ่ย พลางพยายามพาตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่เป็นผล แทบไม่มีแรงเลย มึนหัวอีกต่างหาก

                ชายผู้เป็นหมอย่อตัวลงและพยุงผู้ป่วยขึ้นจากพื้น ก่อนจะพากลับไปวางไว้บนเตียงเหมือนเดิม “รู้สึกยังไงบ้างครับ คุณโรเจอร์?”

                “เจ็บ...ปวดหัว....ผมอยู่ที่ไหน?”

                “สตาร์ค ทาวเวอร์”

                “สมุดสเก็ตช์ภาพของผมอยู่ไหน?”

                “เอ่อ...”

                “ถ้าเป็นสมุดพวกนั้นล่ะก็อยู่นี่”

                เสียงอีกเสียงที่จู่ๆก็ดังแทรกขึ้นนั้นดังมาจากทางประตูห้อง เมื่อหันไปก็พบกับชายผมดำผู้มีดวงตาคู่โตสีน้ำตาล ไว้หนวดอย่างมีสไคล์ ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวยืนอยู่ สมุดสเก็ตช์ภาพเล่มหนึ่งอยู่ในมือ ดูจากสภาพแล้วเขาเพิ่งจะอาบน้ำมาหมาดๆเพราะผมยังเปียกชื้นอยู่

                ใบหน้าของสตีฟคลี่ยิ้มทันทีเมื่อเห็นผู้มาใหม่แม้จะเจ็บแก้ม “โทนี่...”

                “เป็นยังไงบ้าง?” โทนี่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ยื่นสมุดสเก็ตช์คืนให้ผู้เป็นเจ้าของ “เล่มอื่นๆอยู่ในห้องผม ขี้เกียจถือมาหมด อ้อ แล้วก็เป็นโชคดีของคุณนะที่ผมไปเจอคุณก่อนพวกตำรวจ”

 ดูเหมือนสตีฟจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเท่าไหร่ เขาเอาแต่กอดสมุดสเก็ตช์ภาพไว้แนบอกเหมือนเด็กน้อยที่กลัวคนมาขโมยของเล่นสุดหวงไป แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายกำลังจ้อมองเพื่อรอคำตอบอยู่ เขาก็ตอบออกมา “เจ็บไปทั้งตัว...แต่อีกไม่นานผมก็จะหายดี”

“คุณต้องพักฟื้นอย่างน้อย 1 เดือนเพราะกระดูกไหปลาร้าขวาคุณร้าว” คุณหมอเอ่ย

“ผม....ไม่อยากกินยา” สตีฟว่า “ยาทำให้ร่างกายคนเราอ่อนแอลง ภูมิต้านทานโรคถดถอย”

“......” ทั้งหมอและเศรษฐีลอบมองหน้ากัน ก่อนที่ฝ่ายเศรษฐีจะเอ่ย “แต่มันจะทำให้แผลของคุณหายดี ไม่งั้นคุณต้องนอนซม.....เดี๋ยววาดรูปไม่ได้นะเออ”

“วาดรูปไม่ได้?” ผู้ป่วยเอียงคอ ครุ่นคิด “ไม่...ผมจะวาดรูป ต้องวาดสิ อยู่ไม่ได้แน่ๆถ้าไม่ได้วาดรูป”

“งั้นก็พักฟื้น กินยาตามที่ดร.บอก” โทนี่กอดอก ยิ้มที่มุมปากนิดๆอย่างมีชัย “โอเคมั้ย?”

เมื่อรู้ว่าดื้อไปก็ไม่มีประโยชน์ ชายผมบลอนด์จึงพยักหน้าช้าๆ “ถ้าโทนี่ขอให้ผมทำ ผมก็จะทำ”

“ดีมาก”

สตีฟยิ้ม

“จะว่าไป...คุณนี่ถึกทนดีนะ สู้กับคนตั้ง 6 คน”

“ผม...” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้สตีฟหายใจได้ไม่ทั่วท้อง รู้สึกเกร็งๆ “ผมไม่ได้สู้ ผมแค่ป้องกันตัวเอง พวกนั้นมีตั้งหลายคน ถ้าผมไม่ป้องกันตัวก็คง...แย่กว่านี้?”

โทนี่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ดวงตาสีน้ำตาลเพิ่งมองไปยังพื้นที่ว่างเบื้องหน้าเตียงผู้ป่วย ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “เอาเป็นว่า...พักรักษาตัวให้หาย แล้วมาทำงานให้ผมดีมะ?”

ทั้งหมอทั้งคนไข้ต่างก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะหมอที่ถึงกับมองผู้เสนอความคิดนี้รอดแว่นตาเลยทีเดียว

“ทำงานให้คุณ?”

“อื้อ รายละเอียดไว้จะบอกทีหลัง”

“งั้น...ถ้าหายดีเมื่อไหร่ ผมจะติดต่อคุณ...” ทำท่าเหมือนจะลุกออกจากเตียง แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว เอนตัวลงนอนเหมือนเดิม

“ติดต่ออะไร? คุณจะไม่ไปไหนทั้งนั้น คุณจะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดีและมาทำงานให้ผม” โทนี่กล่าวเสียงเรียบ

“ต...แต่ผม...ไม่มีเงิน...” สตีฟเอ่ยเสียงค่อย “...จ่ายค่าเช่าห้อง....”

สิ้นคำพูดของอีกฝ่าย โทนี่แทบจะระเบิดหัวเราะให้รู้แล้วรู้รอด ให้ตายสิ! อะไรจะดูไร้เดียงสาได้อย่างไม่น่าเชื่อขนาดนี้วะเนี่ย!? “ค่าเช่าน่ะไม่ต้อง ผมให้อยู่ฟรีๆ”

“เอ๊ะ?”

“แต่ก็นะ ทำงานให้ผมเป็นการแลกเปลี่ยน” เศรษฐีเจ้าของบ้านเอ่ย จะว่าไปมันก็ไม่ฟรีนี่หว่า แต่ก็ช่างเหอะ... “คุณคงไม่อยากกลับไปนอนข้างถนน โดนวัยรุ่นตัวแสบพวกนั้นรุมทำร้าย...หรือขโมยของๆคุณอีกหรอกนะ?”

สตีฟสั่นศีรษะ

“โอเค เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ นอนพักผ่อนซะ ไว้ว่างๆผมจะมาเยี่ยม” พูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนี่ไปพร้อมกับหมอ ประตูเลื่อนปิดอัตโนมัติแล้วส่งเสียง คลิ๊ก จากด้านนอก ส่วนผู้ป่วยบนเตียงก็หลับตาลงและไม่นานก็หลับไปพร้อมกับสมุดสเก็ตช์ภาพในอ้อมแขน...

 

 

“คุณแน่ใจเหรอว่าจะให้เขาอยู่ที่นี่น่ะ โทนี่?” ชายผู้เป็นหมอถามทันทีที่เขาและเจ้าของบ้านเดินห่างออกมาจากห้องคนไข้ไกลพอสมควร

“แน่นอน ทำไมล่ะ? เขาดูแข็งแรงดี น่าจะมีทักษะต่อสู้ป้องกันตัวที่ดีพอจะเป็นบอดี้การ์ดผมได้อีกซักคน” โทนี่เอ่ยขณะเดินนำอยู่ข้างหน้า ไม่นานนักพวกเขาก็เดินมาถึงส่วนที่เป็นห้องทำงานของเจ้าของบ้าน ห้องแลป “อ้อ แล้วก็ถอดเสื้อกาวน์ออกได้แล้วมั้งบรูซ ตอนนี้คุณไม่ต้องดูแลคนป่วย แต่เป็นโปรเจคงานบนโต๊ะนั่น”

คุณหมอ หรือ ดร.บรูซ แบนเนอร์ถอดเสื้อกาวน์ออก พาดมันไว้กับเก้าอี้ ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ต่างๆ “ผมจริงจังนะโทนี่ คุณก็น่าจะดูรู้ว่าคนๆนั้น...”

“เป็นคนเร่ร่อน แล้วก็ดูต๊องๆ ใช่ ผมรู้ แต่นั่นไม่สำคัญนี่นา”

“เอ่อ...”

“เขาดูน่าจะมีประโยชน์กับผม ดูไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร....มั้ง เขายิ้มทุกครั้งที่เห็นผม แล้วผมก็ชอบเขา” ตอบเสียงกึ่งจริงจังกึ่งยียวนกวนประสาทคนฟัง “ส่วนไอ่ลุคคนเร่ร่อนอะไรนั่นน่ะนะ ถ้าจับมาอาบน้ำแต่งตัวดีๆก็คงดูเริ่ดไม่น้อยเลยล่ะ”

บรูซพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ “งั้น...ผมขอบอกอะไรไว้ก่อนเลยก็แล้วกัน เผื่อคุณอาจจะเปลี่ยนใจ หรือหาทางจัดการอะไรซักอย่าง”

“คุณพูดอะไรน่ะ บรูซ?”

“ระหว่างที่ผมทำการรักษานายคนจรจัดคนนั้นอยู่ จาร์วิสก็ช่วยผมตรวจสอบประวัติข้อมูลของเขาและจากผลตรวจเลือด...” บรูซสูดหายใจ ก่อนจะพ่นลมทางจมูก

“สตีฟ โรเจอร์...มีอาการของผู้ป่วย Schizophrenia (โรคจิตเสื่อม)”   

 

++++
 
 
TBC....
 
 
มาอัพตอนที่สามติดๆ แฮ--- ช่วงนี้เขียนไหลลื่นมากกว่าฟิคออริตัวเองอีกหนอ(ปวดใจแท้เหลา) TTvTT
 
ปล. ทำไมตัวอักษรมันโดดไปมาไม่เป็นระเบียบเลยเนี่ย หาทางแก้ไม่ได้อะ =_=lll
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สมชื่อจริงๆค่ะ pick you up จริงๆ
รู้สึกกัปตันเหมือนลูกเป็ดเพิ่งออกจากไข่แล้วเห็นป๋าเป็นอย่างแรก  
คาดว่า ต่อไปคงตามติดต้อยๆแน่เลย (ก็ป๋าแกกะเลี้ยงต้อยนี่นะ) 
อ่านฟิคอันนี้แล้วรู้สึกโทนี่ สตาร์คให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่มากกกก มีคว่ามรับผิดชอบในเรื่องสามัญสูงม๊ากกกก
แถมเป็นที่พึ่งของกัปตันได้ด้วย โอ้วววว    
ปล. คำเตือนหมอดูเดจาวูจาร์วิสมาก

#7 By pierce on 2013-02-12 22:59

โรคนี้มันเป็นยังไงน้า... 55555
รอดูตอนต่อไป เอ... ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นจริงๆนะเรื่องนี้ ><
ที่แท้ ชื่อเรื่องมันก็มาจากตอนนี้นี่เอง ~
ชื่อภาษาไทยคือ "เก็บตกกัปตันหน้าใสหัวใจเศรษฐีเพลยบอย" สินะคะ ~ open-mounthed smile
//โดนจขบ.ตบ

#6 By ●•WàtëR MéLõÑz•● on 2012-10-02 19:01

ม....ไม่นะ ปู่จิตป่วยเรอะะะะะะ ป๋าต้องรักษาด้วยความรักนะเออ
รอตอนต่อไปนะค๊าบบบ

#5 By noirpoison on 2012-10-02 14:12

สตั้นไปครึ่งชั่วโมง...
โอ้แม่... สตีฟ โรเจอร์ นายเป็นโรคจิตเสื่อม //ไว้อาลัยให้จขบสิบวิ//ล้อเล่นนน
เดี๋ยวตอนดึกปู่จะแอบมาลักหลับป๋า//เฮ้ยยไ่ม่ใช่ 

#4 By MCrepublic. on 2012-10-02 10:52

*เมื่อกี้เม้นแล้วโพสหาย ฮื่ออ ;w; *

เหเห สตีฟมีอาการของผู้ป่วยจิตเสื่อมงั้นหรออ *สตั้นไป4.235442 วิ* #เว่อร์

เย้เย้ โทนี่หาเรื่องเอาสตีฟมาอยู่ด้วยได้แล้ว *จุดพลุ* #ยังๆ

รอตอนต่อไปนะคะ <3

#3 By หมีกาก on 2012-10-01 22:30

โรคไรหว่า 555+ ไม่รู้จักอ่ะ ต้องไปถามกูรูซะละ
รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ ><

#2 By sesaneen (103.7.57.18|125.26.175.180) on 2012-10-01 21:29

ในที่สุดก็โดนเก็บมาแล้ว (ฮา)

ว่าแล้วก็ลองไปเปิดดูตำรา

เฮ้ย! สตีฟนี่นายเป็นโรคนี่จริงๆเหรอ

จะรักษาหายหรือเปล่านะ

จะรอตอนต่อไปนะขอรับ

#1 By -- on 2012-10-01 20:40